ประวัติโรงเรียน
   ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ
   รูปแบบการจัดโรงเรียน
   โรงเรียนปณิธาน ๓ พุทธทาสภิกขุ
   หลักสูตรการเรียนการสอน
   กิจกรรมเสริมหลักสูตร
   รางวัลของโรงเรียน
   ผลงานของโรงเรียน
   บรรยากาศภายในโรงเรียน
   การรับสมัคร
   เนอซเซอรี่
   ข่าวสารของโรงเรียน
   ภาพกิจกรรม
   ที่ตั้งโรงเรียน
   คำถามที่ถามบ่อยๆ
   ช่องทางอื่นๆของโรงเรียน
     Facebook
     Youtube
     แฟลชเวปสัตย์สงวน
17 สิงหาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
 ประวัติโรงเรียน
 
 
ด้วยความศรัทธาในคำสั่งสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ โดยเฉพาะในเรื่องการศึกษาที่บริสุทธิ์ที่จะทำให้คนพัฒนาตนเองได้ถูกต้องจนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ทุกคนได้พบสันติสุข มีอิสรภาพ และทำสังคมให้มีสันติภาพ


 
ทั้งนี้ด้วยความตระหนักว่าปัญหาทุกชนิดที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ มีมูลเหตุมาจากการขาดซึ่งปณิธาน ๓ ประการดังกล่าวข้างต้น การที่มนุษย์ทอดทิ้งคุณธรรม ดูดายธรรมชาติ และลืมรากเหง้าของตน ดูถูกความเป็นคนสันโดษ หลงใหลความศิวิไลและความสะดวกสบายทางวัตถุนิยม และจมอยู่กับมายาที่มนุษย์สร้างขึ้นเท่าใด ความทุกข์ ความลำบากต่างๆก็จะเกิดขึ้นกับมนุษย์นับเท่าทวีคูณ
 
การจัดการศึกษาเพียงเพื่ออ่านออกเขียนได้ มีอาชีพ เพื่อที่จะได้กินดี อยู่ดี จึงไม่เพียงพอสำหรับเด็กที่จะอยู่รอดได้ในสังคมปัจจุบันและอนาคต การให้การศึกษาอบรมทางด้านคุณธรรม จะต้องเป็นงานหลัก ฝังรากลึกถึงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์และจิตสำนึกของความเป็นไทย จึงจะแก้ไขต้นตอของปัญหาต่างๆได้ 

โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ได้ทำการศึกษา วิจัย ทดลอง เทคนิควิธีการสอนธรรมะในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนฝึกฝน อบรมนักเรียนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้ความสำคัญในการส่งเสริมเด็กทุกคน ให้เข้าถึงหัวใจศาสนาของตน โดยได้จัดทำหลักสูตรการเข้าถึงหัวใจพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาเด็กสู่ความเป็น เด็กดาวฤกษ์ เป็นหลักสูตรที่ให้เด็กได้เรียนรู้ภายในตนเอง (Self-insight Focus)  มีลักษณะที่ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ฉบับแก้ไขปรับปรุง พุทธศักราช 2545 ที่มุ่งพัฒนาให้เด็กพึ่งพาตนเองได้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เช่นเดียวกับดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างในตัวเอง และส่องแสงเจิดจรัสในจักรวาลนี้
 
การทำเด็กให้เข้าถึงหัวใจศาสนาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นวิธีการเดียวเท่านั้น ที่จะหล่อหลอมคุณลักษณะนิสัยที่ดีงามและถูกต้อง พร้อมที่จะเบิกบานในวันข้างหน้า

 
ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวไว้ในหนังสืออุดมคติอนุบาลว่า เด็กมีสัญชาตญาณของความมีตัวตน มาตั้งแต่เล็ก ถ้าถูกจูงไปใน ทางโพธิ สัญชาตญาณนั้นก็จะพัฒนาไปสู่ความเป็นพุทธะ แต่ถ้าเราปล่อยให้ระบบกิเลสเข้าครอบงำเสียก่อนแล้ว สัญชาตญาณตัวนี้จะกลายไปเป็นความเห็นแก่ตัว ซึ่งก็คือต้นเหตุของปัญหาทั้งหลาย ท่านยืนยันว่า “เด็กสามารถเข้าถึงหัวใจศาสนาได้ และวิธีสอนให้เด็ก เข้าถึงหัวใจศาสนาเป็นวิธีที่ลัด ตรง ง่าย และคุ้มค่าที่สุด เพราะเมื่อเข้าถึงหัวใจศาสนาแล้ว ธรรมะอื่นๆจะตามมาเอง
        
ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวไว้อีกว่า “ต้องสอนสิ่งที่ดีที่สุดของพระพุทธศาสนาให้เด็กอนุบาลทราบ เอาธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้ามาใช้กับเด็กได้ทุกระดับ ธรรมที่ใช้นิพพาน ปรับปรุงลดลงมาสอนให้เด็กเข้าใจง่าย"
“สอนอริยสัจ 4 ให้เด็กเข้าใจได้ง่าย คือ ทุกข์นั้นมีเหตุ และการดับทุกข์ต้องดับที่เหตุ ไม่ใช่ดับที่ตัวทุกข์ ดับที่เหตุของทุกข์"

 
ในวันมาฆบูชาปี พ.ศ.2544 โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ได้ประกาศเป็นโรงเรียนอุดมคติ 3 โดยนำเอาโอวาทปาติโมกข์ที่ว่า ไม่ทำความชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตให้บริสุทธิ์และอื่นๆ มาเป็นแนวทาง นำพาผู้เรียนเข้าถึงหัวใจพระพุทธศาสนา โดยใช้เป็นหลักในการพัฒนาเด็ก จากการละความชั่ว มาสู่ความดี และเข้าถึงจิตที่บริสุทธิ์ คือ มีสุขแท้จริงนั่นเอง
      
ในวันมาฆบูชาปี พ.ศ.2547 โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ โรงเรียนอุดมคติ 3 ได้ประกาศมาฆบูชาฉบับที่ 2 ว่า โรงเรียนจักนำพาผู้เรียนเข้าสู่กระแสพระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมผู้เรียน 3 ประการ คือ
 
1.ให้นักเรียนได้รู้จักชีวิตที่แท้จริง จนเป็นผู้ที่มีความเห็นแก่ตัวน้อย
2.ให้มีศรัทธาและยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
3.ให้เป็นผู้มีปัญญา ใช้เหตุผลในการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ไม่ให้เป็นผู้ที่งมงาย ไม่เชื่อในสิ่งไร้สาระ ซึ่งไม่ใช่หลักพระพุทธศาสนา
 
โดยโรงเรียนมีหลักการ มีวิธีการสอน และสื่อการสอนโดยเฉพาะ เพื่อให้นักเรียนได้บรรลุถึงเป้าหมายดังกล่าว นักเรียนต้องศึกษาให้ประจักษ์แจ้งแก่ใจว่า “สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ" แปลว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น ว่าคือหลักธรรมซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ผู้มีสติปัญญาย่อมเห็นสิ่งทั้งปวงตามความเป็นจริง ผู้เรียนต้องถือหลักธรรมนี้เป็นหลักประจำใจจะต้องฝึกพิจารณาให้เกิดปัญญาที่ถูกต้องว่า ทุกสิ่งเป็นของพระธรรม (ธรรมชาติ)เราต้องช่วยกันดูแลรักษา รู้จักแบ่งปันกัน ใช้อย่างประหยัด ไม่เห็นแก่ตัว รักผู้อื่นให้เหมือน
กับรักตนเอง ฝึกการมีสติที่ถูกต้องในขณะแห่งการผัสสะทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ กับรูป รส กลิ่น เสียง สิ่งที่มาสัมผัสทางกายและสิ่งที่มาสัมผัสทางใจ นำสติและปัญญามาใช้ได้ทันไม่ให้เกิดความทุกข์ นักเรียนมีความสามารถควบคุมกาย วาจาและใจได้ เป็นผู้มีความสุขสงบเย็นและเป็นประโยชน์  ผู้เรียนที่ฝึกฝนปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องจะได้รับผลคือ “นิพพานัง ปะระมัง สุขัง” นิพพานคือความสุขอย่างยิ่งได้รับความสุขจนรู้สึกว่า“นัตถิ สันติ ปะรัง สุขัง” สุขอื่นยิ่งกว่าสุขสงบไม่มี เหล่านี้ คือ สัมมาทิฏฐิที่ควรปลูกฝังให้แก่เด็กให้ได้รับความรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มแรกของชีวิต
เราต้องให้เด็กมีประสบการณ์กับความสุขที่แท้จริง และ สามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคือความสุขแท้ อะไรคือสุขเทียม มีคนถามเสมอว่าเด็กอนุบาลเราสอนไว้ดี แต่เมื่อไปเรียนต่อที่อื่น หรือไปอยู่ในสังคมที่ไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ มิเป็นการสูญเปล่าหรือ เราแน่ใจว่าไม่เป็นเช่นนั้น ในระดับปฐมวัยเป็นวัยของการก่อร่างสร้างคุณลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และทักษะในการดำเนินชีวิต สิ่งที่เราให้ จะถูกกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แม้อะไรจะเปลี่ยนไปแต่รากฐานจะต้องคงอยู่ และวัยเด็กเป็นวัยแห่งความทรงจำของทุกๆคน ถ้าในอนาคตเขาประสบปัญหาจะหวนระลึกถึงว่า ยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ เป็นความสุขที่มีได้โดยไม่ต้องซื้อหา และเป็นความสุขที่แท้จริง เขาไม่ต้องทำลายตนเอง ดังที่กำลังเป็นปัญหาของสังคมโลกปัจจุบันนี้
 
      
ในปี พ.ศ.2549 เป็นปีครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านพุทธทาสภิกขุ ทางองค์การยูเนสโกได้ยกย่องท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ ซึ่งตั้งมาครบรอบ 10 ปี จึงประกาศเปลี่ยนชื่อยุทธศาสตร์จากโรงเรียนอุดมคติ ๓ เป็น โรงเรียนปณิธาน ๓ พุทธทาสภิกขุ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา









 




 

โรงเรียนอนุบาลสัตย์สงวนอนุสรณ์ วิภาวดีรังสิต โรงเรียนปณิธาน ๓ พุทธทาสภิกขุ
51 ซ.วิภาวดีรังสิต 16/39 ถ.วิภาวดีรังสิต ดินแดง กทม. 10400
โทร 02-275-8227, 02-275-7738
อีเมล ssa.school@hotmail.com
Engine by MAKEWEBEASY